การพัฒนาวิชาชีพและสมรรถนะของครู

0
24571

 

                                                                                                                                                                ดร.ทรงเดช  สอนใจ 
คณะครุศาสร์  มหาวิทลัยราชภัฏสุรินทร์

 การพัฒนาวิชาชีพและการเสริมสร้างสมรรถภาพของวิชาชีพครู

 การพัฒนาวิชาชีพ

                                การพัฒนาวิชาชีพครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา และศึกษานิเทศก์ ที่ปฏิบัติหน้าที่ในสถานศึกษาปฐมวัย ขั้นพื้นฐาน และอุดมศึกษาที่ต่ำกว่าปริญญาทั้งของรัฐ และเอกชนและปฏิบัติหน้าที่บริหารการศึกษา หรือการสนับสนุนการศึกษาในระดับเขตพื้นที่การศึกษา รัฐได้ให้ความสำคัญของการพัฒนาวิชาชีพ โดยกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550  และพระราชบัญญัติของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา ได้แก่ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 ของกระทรวงศึกษาธิการ พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2546 ของคุรุสภา พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 ของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542 ในประกาศหลักเกณฑ์ฯ จำนวน 2 ฉบับ และสำหรับพระราชบัญญัติการอาชีวศึกษา และพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน ไม่มีการกำหนดในส่วนของการพัฒนาวิชาชีพ จึงขอนำเสนอการพัฒนาวิชาชีพตั้งแต่ระดับนโยบายและแผนปฏิบัติงานของหน่วยงานตามลำดับ ดังนี้

  1.   รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ได้กำหนดไว้ใน

มาตรา 80 รัฐต้องดำเนินการตามแนวนโยบายด้านสังคม การสาธารณสุข การศึกษา และวัฒนธรรม โดยพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการจัดการศึกษาในทุกระดับ และทุกรูปแบบให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม จัดให้มีแผนการศึกษาแห่งชาติ กฎหมายเพื่อพัฒนาการศึกษาแห่งชาติ จัดให้มีการพัฒนาคุณภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาให้ก้าวหน้าทันการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก รวมทั้งปลูกฝังให้ผู้เรียนมีจิตสำนึกของความเป็นไทย มีระเบียบวินัยคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวม และยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

  1. พระราชบัญญัติที่กำหนดการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา

2.1  พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ในหมวด 7 ครู คณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา

มาตรา 52 กำหนดให้กระทรวงศึกษาธิการส่งเสริมให้มีการพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา ให้สถาบันที่พัฒนาครู คณาจารย์ รวมทั้งบุคลากรทางการศึกษา มีความพร้อมและ
มีความเข้มแข็งในการเตรียมบุคลากรใหม่ และการพัฒนาบุคลากรประจำอย่างต่อเนื่อง

มาตรา 53 กำหนดให้ผู้บริหารสถานศึกษาต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งองค์กรวิชาชีพครู ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้บริหารการศึกษาตามมาตรานี้คือ คุรุสภา

2.2  พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2546 ได้กำหนดใน

มาตรา 7 ให้มีสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา เรียกว่า คุรุสภา มีวัตถุประสงค์และอำนาจหน้าที่ตามที่ได้บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ มีฐานะเป็นนิติบุคคล ในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ

มาตรา 8 (2) คุรุสภามีวัตถุประสงค์ในการกำหนดนโยบายและแผนพัฒนาวิชาชีพ

มาตรา 9 (5) คุรุสภามีอำนาจหน้าที่ในการสนับสนุนส่งเสริมและพัฒนาวิชาชีพตามมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณของวิชาชีพ

มาตรา 25 คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพมีอำนาจและหน้าที่

(1) พิจารณาการออกใบอนุญาต ให้แก่ ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาและ

การพักใช้ หรือ เพิกถอนใบอนุญาต

(2) กำกับดูแลการปฏิบัติตามมาตรฐานและจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา

(3) ส่งเสริม พัฒนา และเสนอแนะคณะกรรมการคุรุสภากำหนดมาตรฐานและจรรยาบรรณ ในการประกอบวิชาชีพ

(4) ส่งเสริม ยกย่องและพัฒนาวิชาชีพไปสู้ความเป็นเลิศในสาขาต่าง ๆ ตามที่กำหนดในข้อบังคับของคุรุสภา

มาตรา 49 ให้มีข้อบังคับว้าด้วยมาตรฐานวิชาชีพ ประกอบด้วย

(1) มาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ

(2) มาตรฐานการปฏิบัติงาน และ

(3) มาตรฐานการปฏิบัติตน

2.3 พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547

มาตรฐาน 80 กำหนดให้มีการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งรวมผู้บริหารสถานศึกษา ก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษาเพื่อเพิ่มพูนความรู้ ทักษะ เจตคติที่ดีคุณธรรมจริยธรรม และจรรยาบรรณจองวิชาชีพที่เหมาะสมเพื่อให้ปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และความก้าวหน้าแก่ราชการตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ.กำหนด

2.4 พระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542 มาตรา 17 คณะกรรมการกลางข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดมีอำนาจหน้าที่ (9) ได้กำหนดมาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการ วิธีการบริหาร และการปฏิบัติงานของข้าราชการองค์การบริหาร

ส่วนจังหวัด และกิจการอันเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลในองค์การบริหารส่วนจังหวัด ประกอบมาตรา 24
วรรคเจ็ด และข้อ 25 แห่งประกาศคณะกรรมการกลางพนักงานเทศบาล เรื่อง มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการวิธีการบริหารและการปฏิบัติงานของพนักงานเทศบาล และกิจการอันเกี่ยวกับการบริหารงานบุคลากรในเทศบาลได้กำหนดประกาศ ดังนี้
–  ประกาศหลักเกณฑ์การพัฒนาผู้ได้รับการบรรจุเข้ารับราชการใหม่ กำหนดให้ผู้ได้รับการบรรจุเข้ารับราชการเป็นพนักงานเทศบาลทุกคนได้รับการพัฒนาตามหลักสูตร เรื่อง หลักและระเบียบวิธีปฏิบัติราชการ บทบาทและหน้าที่ของพนักงานเทศบาลในระบอบประชาธิปไตย แนวทางปฏิบัติตนเพื่อเป็นพนักงานเทศบาลที่ดี ความรู้พื้นฐานในการปฏิบัติราชการ และความรู้พื้นฐานในการปฏิบัติราชการสำหรับพนักงานเทศบาลบรรจุใหม่ และการพัฒนาเกี่ยวกับงานในหน้าที่ความรับผิดชอบ และการพัฒนาเกี่ยวกับการปฏิบัติงานในหน้าที่ให้สามารถเลือกใช้วิธีการพัฒนาโดยปฐมนิเทศ การพัฒนาในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ราชการพัฒนา

โดยผู้บังคับบัญชา การฝึกภาคสนามการพัฒนาพัฒนาเฉพาะด้าน

–  ประกาศหลักเกณฑ์การพัฒนาผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา โดยให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับมีหน้าที่รับผิดชอบในการควบคุมดูแลและพัฒนาผู้ใต้บังคับบัญชาโดยตรง ซึ่งผู้บังคับบัญชาดำเนินการเอง หรือมอบหมายให้ผู้ที่เหมาะสมดำเนินการ เป็นรายกลุ่ม หรือบุคคล อาจใช้วิธีการฝึกอบรม หรือพัฒนาวิธีอื่น ๆ

โดยพิจารณาดำเนินการหาความจำเป็นในการพัฒนาจากการวิเคราะห์ปัญหาในการปฏิบัติงาน จัดทำแผนรายบุคคล การพัฒนาผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาต้องพัฒนา 5 ด้าน คือ ด้านความรู้ทั่วไปในการปฏิบัติงาน ด้านความรู้และทักษะเฉพาะของงานในแต่ละตำแหน่ง ด้านความรู้และทักษะเฉพาะของงานในแต่ละตำแหน่ง

ด้านการบริหาร ด้านคุณสมบัติส่วนตัว และด้านคุณธรรมและจริยธรรม

2.5 พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2528 ไม่ปรากฏการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาในพระราชบัญญัติแต่ได้กำหนดไว้ในแผนงานการพัฒนาบุคลกร

2.6 พระราชบัญญัติการอาชีวศึกษา พ.ศ.2551 ไม่ปรากฏการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาในพระราชบัญญัติแต่ได้กำหนดไว้ในแผนการพัฒนาและบุคลากรอาชีวศึกษา

2.7 พระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ.2550 ไม่ปรากฏการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาในพระราชบัญญัติแต่มีแผนการดำเนินการพัฒนาบุคลากรในสังกัด

  1. นโยบายรัฐบาล

นโยบายรัฐบาล จะครอบคลุมทั้งในส่วนที่กำหนดการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาในนโยบายการศึกษาโดยตรง ข้อเสนอในการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง (พ.ศ.2552-2561) และนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

3.1 นโยบายการศึกษา

3.1.1  ปฏิรูปการศึกษาทั้งระบบโดยปฏิรูปโครงสร้างและการบริหารจัดการปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ และระดมทรัพยากรเพื่อการปรับปรุงการบริหารจัดการศึกษา ตั้งแต่ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานจนถึงระดับอุดมศึกษา พัฒนาครู พัฒนาระบบการคัดเลือกเข้าสู่มหาวิทยาลัย พัฒนาหลักสูตร รวมทั้งปรับหลักสูตรวิชาแกนหลักรวมถึงวิชาประวัติศาสตร์ปรับปรุงสื่อการเรียนการสอน พัฒนาทักษะในการคิดวิเคราะห์ ปรับบทบาทการศึกษานอกโรงเรียนเป็นสำนักงานการศึกษาตลอดชีวิต และจัดให้มีศูนย์การศึกษาตลอดชีวิตเพื่อการเรียนรู้ที่เหมาะสมในแต่ละพื้นที่ ตลอดจนส่งเสริมการกระจายอำนาจให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาเพื่อนำไปสู่เป้าหมายคุณภาพการศึกษาและการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นคุณธรรมนำความรู้อย่างแท้จริง

3.1.2 พัฒนาครู อาจารย์และบุคลากรทางการศึกษาเพื่อให้ได้ครูดี ครูเก่ง มีคุณธรรม มีคุณภาพและมีวิทยฐานะสูงขึ้น ลดภาระงานครูที่ไม่เกี่ยวกับการเรียนการสอนตามโครงการคืนครู

ให้นักเรียน มีการดูแลคุณภาพชีวิตของครูด้วยการปรับโครงสร้างหนี้และจัดตั้งกองทุนพัฒนาคุณภาพชีวิตครู ควบคู่ไปกับการลงทุนด้านเทคโนโลยีสาร สนเทศที่เน้นการพัฒนาเนื้อหาสาระและบุคลากรให้พร้อมรองรับและใช้ประโยชน์จากระบบเทคโนโลยีได้อย่างคุ้มค่า

3.2 ข้อเสนอการปฏิรูปการกศึกษาในทศวรรษที่สอง (พ.ศ.2552-2561)

พัฒนาคุณภาพครูยุคใหม่ ที่เป็นผู้อำนวยการให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้เป็นวิชาชีพ

มีคุณค่ามีระบบ กระบวนการผลิตและพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา ที่มีคุณภาพมาตรฐานเหมาะสมกับการเป็นวิชาชีพชั้นสูง สามารถดึงดูดคนเก่งและดีมีใจรักมาเป็นครู มีปริมาณเพียงพอและสามารถจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีคุณภาพ สามารถพัฒนาตนเองและแสวงหาความรู้อย่างต่อเนื่องมีสภาวิชาชีพ

ที่เข้มแข็ง บริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาลให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี

3.3 นโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นายชินวรณ์ บูณยเกียรติ)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นายชินวรรณ์  บูณยเกียรติ) ได้กำหนดนโยบายในการพัฒนาการศึกษา 8 ข้อ ด้านการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา ได้กำหนดไว้ในข้อ 7 สร้างขวัญและกำลังใจครู จะเร่งรัดผลักดันดำเนินการใน 4 เรื่องหลัก คือ เร่งดำเนินการพระราชบัญญัติเงินเดือนและเงินวิทยฐานะครู เพื่อให้ครูได้ปรับเข้าสู่โครงสร้างเงินเดือนใหม่เช่นเดียวกับข้าราชการพลเรือน

ที่ได้ปรับไปแล้ว เครือข่ายพัฒนาชีวิตครู โดยให้ครูใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ดำเนินการกแก้ไขปัญหาหนี้สินครู โดยใช้กระบวนการจัดตั้งเครือข่ายในรูปแบบองค์การมหาชนที่เป็นเครือข่ายพัฒนาครู เพื่อให้ครูได้พัฒนาตนเองและช่วยเหลือซึ่งกันและกันในการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูตลอดจนถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตครู

ให้เป็นวิชาชีพชั้นสูงต่อไป รวมทั้งการให้มีการร่วมมือเพื่อระดมเงินมาตั้งเป็นเครือข่ายพัฒนาชีวิตครู เครือข่ายพัฒนาวิชาชีพครู จะทำให้ใบประกอบวิชาชีพครู ผู้บริหารมีศักดิ์ศรีเป็นสิ่งที่ทำให้ครูมีความภาคภูมิใจเช่นเดียวกับใบประกอบวิชาชีพอื่น ๆ  เช่น แพทย์ วิศวะ เภสัชกรรม เนติบัณฑิตยสภา และจะให้ สกสค. ดูแลขวัญกำลังใจครูย่างแท้จริง ต้องต่อยอดการพัฒนาองค์กรครูอย่างเป็นระบบ นอกจากนั้น ยังให้ความสำคัญกับเรื่องเงินวิทยพัฒน์ และกองทุนพัฒนาครู เพื่อดำเนินการในการพัฒนาครูอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป 

  1. การเสริมสร้างสมรรถภาพของวิชาชีพครู

บุคคลที่เล่าเรียนมาเท่า ๆ กัน บุคคลหนึ่งสามารถทำงานได้ผลสำเร็จมากกว่าอีกบุคคลหนึ่งและบุคคล

ที่สามารถสร้างผลสำเร็จของงานได้มากกว่า เรียกว่า ผู้มีความสามารถ หรือ มีสมรรถภาพ (พลตรีวิจิตร วาทการ อ้างถึงใน ผกา สัตยธรรม. 2550) ความสามารถของครูในการปฏิบัติหน้าที่การงานต้องอาศัยความรู้เฉพาะด้าน และต้องมีการใช้เวลาเตรียมครูนานและเข้มข้น ทักษะและวิธีการสอนต่าง ๆ ตลอดจนหลักการเชิงวิชาการที่รองรับทักษะ และวิธีการดังกล่าว การผสมผสานคุณลักษณะและความสามารถเหล่านั้นต้องเพียงพอที่จะใช้

ในการทำงาน เพื่อก่อให้เกิดความสำเร็จในชีวิตทำงานของครู มาตรฐานที่สูงย่อมส่งผลด้านความสำเร็จ ความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ต่าง ๆ ที่ครูได้รับจากสถาบันผลิตครู จำเป็นที่จะต้องมีการทบทวนเพิ่มพูนอย่างสม่ำเสมอ ตลอดระยะของการประกอบวิชาชีพครู วิชาชีพครูในฐานะเป็นวิชาชีพชั้นสูงต้องอาศัยความชำนาญพิเศษในการปฏิบัติงาน  จึงจะช่วยพัฒนาความสามารถของผู้เรียนทั้งทางทฤษฎีและปฏิบัติ ครูที่มีมาตรฐานวิชาชีพย่อมต้องพยายามพัฒนาสมรรถภาพของตนเองตลอดเวลาการเสริมสร้างสมรรถภาพของครู ครูจำเป็นต้องทบทวนคุณสมบัติที่มีอยู่ในตนเองในการปฏิบัติงานและปรับพฤติกรรมการทำงานให้มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ กระตือรือร้นที่จะพัฒนาตนเอง แนวทางการเสริมสร้างสมรถภาพครู ครูต้องหาความรู้ สร้างความเข้าใจให้สอดคล้องกับงานขององค์กรตน และสอดคล้องกับมาตรฐานตามวิชาชีพครูการเสริมสร้าง  มีความหมายว่า เป็นการทำให้เกิดมีขึ้นและเพิ่มพูนให้มากยิ่งขึ้นส่วนคำว่า “สมรรถภาพ” หรือสมรรถนะ  (Competence หรือ Efficiency) บางครั้งก็เรียกว่า “สมรรถวิสัย” หรือ “สมรรถฐาน” มีผู้ความหมายไว้มากมาย ยกตัวอย่าง เช่น

กู๊ด (Good, 1973) ให้ความหมายของคำนี้ว่าหมายถึง ความรู้ ทักษะ และเจตคติที่พึงมีในการปฏิบัติงานทุกชนิด รวมถึงสามารถนำความรู้และวิธีการเหล่านั้นไปประยุกต์ใช้กับสถานการณ์ที่ปฏิบัติน้ำหนักได้จริง

บอริช (Borich, 1977) ให้ความหมายของคำว่า สมรรถภาพ หมายถึง ความสามารถหรือคุณสมบัติ ซึ่งเป็นผลมาจากความรู้ ทักษะ และเจตคติที่ต้องมี เพื่อให้การปฏิบัติงานบรรลุผลสำเร็จ โดยสามารถวัดหรือกำหนดให้ค่าน้ำหนักได้

ดังนั้น สมรรถภาพ สามารถกล่าวได้ว่า คือ ความสามารถของบุคคล อันเป็นความรู้ ความสามารถ ทักษะ เจตคติ อุปนิสัย หรือ บุคลิกภาพ ที่จะนำไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานให้งานเกิดผลสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

“การเสริมสร้างสมรรถภาพของครู” จึงหมายถึง การส่งเสริมความสามารถของครู อันเป็นความสามารถและคุณสมบัติที่แฝงอยู่ในตัวให้ปรากฎออกมาเป็นที่ประจักษ์แก่นักเรียนและต่อสังคม การปฏิบัติภารกิจต่าง ๆ ในหน้าที่ครู ต้องอาศัยสมรรถภาพที่เป็นคุณลักษณะพื้นฐานต่าง ๆ ครูต้องนำความรู้ ความสามารถ บุคลิกภาพ และสุขภาพอนามัยที่ดี สัมพันธ์กับการปฏิบัติงานให้เกิดประสิทธิผลหรือเป็นไปตามเกณฑ์สมรรถภาพ 2 ประเภท คือ สมรรถนะหลัก และสมรรถนะประจำสายงาน (สถาบันพัฒนาครู คณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา, 2552)

  1.   สมรรถนะของครู

กระทรวงศึกษาธิการ  (2549)  ได้จำแนกสมรรถนะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาโดยแบ่งออกเป็น  2 ประเภท คือ

  1. สมรรถนะหลัก (Core Competency) คือ คุณลักษณะร่วมของข้าราชการครู

และบุคลากรทางการศึกษาทุกตำแหน่ง เพื่อหล่อหลอมค่านิยมและพฤติกรรมที่พึงประสงค์ร่วมกัน ประกอบด้วย

  • การมุ่งผลสัมฤทธิ์ คือ การปฏิบัติงานด้วยความมุ่งมั่น เพื่อให้งานสำเร็จถูกต้อง

สมบูรณ์ มีและพัฒนาผลงานให้มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง

  • การบริการที่ดี คือ ความตั้งใจที่จะปรับปรุงระบบบริการให้มีประสิทธิภาพเพื่อให้

ผู้รับบริการ เช่น นักเรียน ผู้ปกครอง บุคคลทั่วไปได้รับผลตามเป้าหมาย

  • การพัฒนาตนเอง คือ การศึกษาค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติมอยู่เสมอพร้อมกับติดตาม

ศึกษาอค์ความรู้และเทคโนโลยีใหม่ ๆ ในวงวิชาการและวิชาชีพ ทั้งนี้ เพื่อพัฒนาตนเองและวิชาชีพ

  • การทำงานเป็นทีม หมายถึง ความร่วมมือ ร่วมใจ สนับสนุน ส่งเสริมช่วยเหลือ

ให้กำลังใจแก่เพื่อนร่วมงาน มีมนุษย์สัมพันธ์ดีปรับตัวเข้ากับคนอื่นได้และมีภาวะผู้นำ-ผู้ตามที่ดี การทำงานเป็นทีมจำเป็นที่จะต้องประชุมกลุ่มอยู่อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เกิดความเข้าใจในเนื้องาน เข้าใจในความคิดของผู้อื่น  ดังนั้น ผู้เป็นครูจึงต้องเห็นความสำคัญของการเข้าร่วมประชุม และช่วยให้สามารถพัฒนาบุคลิกภาพให้เข้ากับผู้อื่นได้ด้วย

  1. สมรรถนะประจำสายงาน (Functional Competency) 

สมรรถนะประจำสายงาน คือ สมรรถนะที่กำหนดเฉพาะสำหรับแต่ละตำแหน่งเพื่อสนับสนุน

ให้บุคลากรที่ดำรงตำแหน่งนั้นแสดงพฤติกรรมที่เหมาะสมกับหน้าที่ และส่งเสริมให้สามารถปกิบัติภารกิจในหน้าที่ได้ดียิ่งขึ้น คุณลักษณะเชิงพฤติกรรมเฉพาะสำหรับสายงานครู คือ การออกแบบการเรียนรู้ การพัฒนาผู้เรียน

และการบริหารจัดการชั้นเรียนมีรายละเอียด ดังนี้

1)  การจัดการและออกแบบเรียนรู้ คือ ความสามารถในการสร้างและพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา ความรู้สึกเรื่องเนื้อหาสาระ เทคนิคกระบวนการจัดการเรียนรู้การสร้าง การเลือกนวัตกรรมการเรียนรู้

2)  การพัฒนาผู้เรียน คือ ความสามารถในการปลูกฝังคุณลักษณะอันพึงประสงค์แก่ผู้เรียน ทั้งคุณธรรม จริยธรรม ทักษะชีวิต สุขภาพพบานามัย ความเป็นประชาธิปไตย ความเป็นไทย รวมไปถึง

การดูแลช่วยเหลือนักเรียน

3)  การบริหารจัดการชั้นเรียน คือ ความสามารถในการกำกับดูแลชั้นเรียนสร้างบรรยากาศในการจัดการเรียนรู้ จัดทำข้อมูลสารสนเทศประจำชั้นและประจำวิชา

พิจารณาจากคุณลักษณะพื้นฐานของสมรรถภาพครู ประเภทแรกที่มีที่มาจากค่านิยมพื้นฐาน 5 ประการ (ดูรายละเอียดบทที่ 5) อันเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานตามมาตรฐานทางคุณธรรมและจริยธรรม เป็นคุณค่าที่ควรยึดถือเป็นเครื่องกำหนดในการทำงานเป็นตัวตั้งต้นที่ผลักดันให้ครูประพฤติปฏิบัติ สำหรับประเภทที่สอง

เป็นปัจจัยสำคัญในการทำให้งานของครูที่ส่งผลต่อผู้เรียนอย่างยิ่ง ครูจึงควรเอาใจใส่อย่างยิ่ง สมรรถภาพทั้งสองประเภทจะช่วยให้ผู้ประกอบวิชาชีพครูสามารถดำเนินชีวิตและดำรงความเป็นครูได้อย่างมีราบรื่น

  1.   สมรรถภาพของครู

ทิศทางการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ได้กำหนดให้มีระบการพัฒนา

ที่เน้นสมรรถนะ (Teachers and personnels Competency) ซึ่งหมายถึง ความสามารถในการผนึกความรู้ (Knowledge) ทักษะ (Skill) แรงจูงใจ (Motivation) ทัศนคติ (Attitude) และคุณลักษณะส่วนตัวของบุคคล

เข้าด้วยกัน ให้แสดงออกในเชิงพฤติกรรมที่ส่งผลต่อความสำเร็จของงาน ในบทบาทหน้าที่อย่างโดดเด่นและมีประสิทธิภาพ สมรรถนะของครู ตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2546 มาตรา 49

ก็กำหนดให้ครูต้องมีสมรรถนะในการปฏิบัติงานไว้ในมาตรฐานความรู้ และประสบการณ์วิชาชีพ ประกอบด้วยสมรรถนะ 9 ด้าน

คุรุสภาได้ปรับเพิ่มมาตรฐานวิชาชีพ พ.ศ. 2556 เพิ่มมาตรฐานวิชาชีพครูเป็น 11 มาตรฐาน (จากเดิมมีเพียง 9 มาตรฐาน เป็น 11 มาตรฐาน  มาตรฐานความรู้ทั้ง 11 มาตรฐาน ประกอบด้วย

  1. ความเป็นครู
  2. ปรัชญาการศึกษา
  3. ภาษาและวัฒนธรรม
  4. จิตวิทยาสำหรับครู
  5. หลักสูตร
  6. การจัดการเรียนรู้และการจัดการชั้นเรียน
  7. การวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้
  8. นวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา
  9. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้
  10. การประกันคุณการศึกษา
  11. คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณ

ครูจะต้องมีสมรรถนะครบทุกด้านจึงจะสามารถขอใบประกอบวิชาชีพครู หรือรับการประเมินเพื่อเพิ่ม

วิทยฐานะได้ การดำเนินการเพื่อพัฒนาครูให้มีสมรรถนะตามมาตรฐานกระบวนการพัฒนาครูของกระทรวงศึกษาธิการ ได้แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ การผลิตครูใหม่ และการพัฒนาครูประจำการ

การพัฒนาสมรรถภาพครูใหม่  ครูผู้ช่วย หรือนักศึกษาครูนั้น สถาบันการศึกษาที่ผลิตครูได้พัฒนาหลักสูตรที่รองรับมาตรฐานต่าง ๆ ไว้อย่างครบถ้วนแล้ว เนื่องจากต้องให้นักศึกษาครูได้รับใบประกอบวิชาชีพเมื่อจบการศึกษา

แต่ในส่วนของครูประจำการนั้น กระทรวงศึกษาธิการได้กำหนดวิธีการไว้ในยุทธศาสตร์การพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา ปี พ.ศ.2549-2551 ว่าครูจะต้องเข้ารับพัฒนาตนเองให้มีสมรรถภาพตามที่กำหนด จึงจะสามารถขอเลื่อนวิทยฐานะที่สูงขึ้นได้ นอกจากนี้สถาบันพัฒนาครู คณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา, 2548

ได้เสนอหลักการการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยมีแนวทางการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา

  1.   แนวทางการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา

     3.1  หลักการการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา สถาบันพัฒนาครู คณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา, 2548 ได้เสนอแนวทางการพัฒนาครูและบุคลการทางการศึกษา  ดังนี้

  1. การพัฒนาต้องก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ตัวผู้เรียน
  2. การพัฒนาต้องเกิดจากความต้องการของครูและบุคลากรทางการศึกษา
  3. การพัฒนามุ่งเน้นลักษณะการใช้โรงเรียนเป็นฐานในการพัฒนา School Based

Development

  1. การพัฒนาต้องมีหลากหลายรูปแบบให้เลือกตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล
  2. การพัฒนาต้องสอดคล้องกับภารกิจและหน้าที่ที่ปฏิบัติของครูและบุคลากรทางการศึกษา
  3. การพัฒนาต้องดำเนินการในรูปแบบเครือข่ายกระจายทั่วประเทศ
  4. การพัฒนาต้องสอดคล้องกับนโยบายและข้อกำหนดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  5. การพัฒนาต้องกระทำอย่างทั่วถึงและครอบคลุมครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เป็นกลุ่ม

เป้าหมายทั้งในและนอกกระทรวงศึกษาธิการ ภายใต้ข้อจำกัดของงบประมาณ
3.2  การพัฒนาครูโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน  จุดเน้นเป็นการสร้างเอกภาพเพื่อให้ผู้เรียนมีคุณภาพโดยใช้ยุทธศาสตร์สนับสนุนส่งเสริม ทั้งนี้ การพัฒนาครูในยุคปัจจุบันจะต้องคำนึงถึงความต้องการจำเป็นของ โรงเรียน  ครูและผู้เรียน ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของโรงเรียนและความต้องการของท้องถิ่นที่คาดหวังว่าลูกหลานควรจะมีความรู้ความสามารถอย่างไร ซึ่งการพัฒนาครูโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานเป็นแนวางการพัฒนาที่เป็นแนวคิดใหม่ที่ครูไม่จำเป็นต้องเดินทางออกจากโรงเรียน เพื่อมาอบรม ประชุมปฏิบัติการ หรือเข้ารับการพัฒนาตามที่หน่วยงานทางการศึกษากำหนด แต่เป็นการพัฒนาที่โรงเรียนดำเนินการควบคู่ไปกับการเรียนการสอนโดยมีผู้ที่มีความรู้ความสามารถทำหน้าที่ดำเนินการพัฒนาซึ่งอาจจะเป็น ศึกษานิเทศก์ นักวิชาการ หรือครูที่มีความรู้ความสามารถ เป็นต้น การพัฒนาครูโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน มีหลักในการดำเนินการ ดังนี้
1. เป็นการพัฒนาตามสภาพปัญหาและความต้องการของโรงเรียน

  1. โรงเรียนหรือชุมชนเป็นเจ้าของโครงการ
    3. พัฒนาครูตามความต้องการและความสมัครใจ
  2. เป็นการพัฒนาแบบมีส่วนร่วม ตั้งแต่การวางแผน การดำเนินการและการ ประเมินผล
    5. การพัฒนาเน้นการฝึกปฏิบัติจริงและดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
    6. ใช้กระบวนการ PDCA หรือวิธีการเชิงระบบ (System Approach)
    7. ใช้กระบวนการกัลยาณมิตร
    8. กระทำ หรือดำเนินการตามหน้าที่ตามภาวะปกติ

 

ความสำคัญของการเสริมสร้างสมรรถภาพครูไทย ปรากฏในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2540 มาตรา 81 และในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 หมวด 7 ครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา กำหนดบทบัญญัติให้มีการพัฒนาวิชาชีพครูไว้ด้วย ให้มีหลักการส่งเสริมมาตรฐานวิชาชีพครู คณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา และการพัฒนาครูคณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษาอย่างต่อเนื่อง นับเป็นหลักการและเหตุผลสำคัญในการกำหนดแนวทางพัฒนาวิชาชีพครู ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปการศึกษา สรุปได้ว่า การพัฒนางานที่เป็นวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง ผู้ปฏิบัติงานจำเป็นต้องเรียนรู้หลักการ วิธีการ และองค์ความรู้ใหม่ ๆ และจัดให้มีกฎหมายว่าด้วยเงินเดือน ค่าตอบแทนสวัสดิการและสิทธิประโยชน์เกื้อกูลอื่น ๆ สำหรับข้าราชการครู เพื่อให้มีรายได้เพียงพอและเหมาะสมกับฐานะทางสังคมและวิชาชีพ

  1. รูปแบบและวิธีการพัฒนาสมรรถภาพ

สถาบันพัฒนาครู คณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา, 2552 ได้พัฒนารูปแบบและวิธีการพัฒนาสมรรถภาพไว้ สรุปมาได้ดังนี้

  1. การพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา มุ่งเน้นให้มีสมรรถนะตามมาตรฐานตำแหน่ง

และมาตรฐานวิชาชีพ ทั้งสมรรถนะหลัก (Core Competency) สมรรถนะการปฏิบัติงานในหน้าที่ (Functional Competency) และสมรรถนะเฉพาะกลุ่มสาระ (Specificational Competency) ตามที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) กำหนด

  1. รูปแบบของการพัฒนามุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายที่มีคุณภาพตามที่ สคบศ.กำหนด

ให้กระจายอยู่ทั่วประเทศ เพื่อความสะดวกในการเข้ารับการพัฒนาของครูและบุคลากรทางการศึกษา

ทั้งที่เป็นองค์กรเครือข่าย บุคคลเครือข่าย และเครือข่ายทางไกล

  1. วิธีการพัฒนาต้องมีความหลากหลาย สอดคล้องกับความต้องการพัฒนาของครูและ

บุคลากรทางการศึกษา มุ่งเน้นวิธีการพัฒนาที่โรงเรียน/หน่วยงานเป็นฐาน (School Based Development /Inside based Development) เป็นสำคัญ

  1. วิธีการพัฒนาที่สำคัญได้แก่ แบบเพื่อนช่วยเพื่อน (Peer group) การวิจัยในชั้นเรียน

อย่างง่าย การเข้ารับการอบรม หรือการเข้าร่วมการสัมมนาทางวิชาการที่หน่วยงานต่าง ๆ จัดขึ้น การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์กับผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะสาขา

  1. การเรียนรู้ผ่านเครือข่ายทางไกล เป็นวิธีการหนึ่งที่ช่วยเหลือครูให้สามารถเพิ่มพูนความรู้

และพัฒนาตนเอง โดยการเรียนรู้ผ่านสื่อต่าง ๆ ที่ช่วยครูไม่ต้องเดินทางออกจากพื้นที่ที่อยู่ห่างไกล และสามารถพัฒนาตนเองให้สามารถนำความรู้ ความสามารถไปใช้ให้เกิดแก่ผู้เรียนและสามารถนำไปเลื่อนวิทยฐานะ

ให้ตนเองได้

  1.   ประโยชน์จากการเสริมสร้างสมรรถภาพครู

ประโยชน์จากการเสริมสร้างสมรรถภาพครู ครูที่หมั่นเสริมสร้างสมรรถภาพของตนย่อมเป็นประโยชน์

ต่อตัวครู สามารถสรุป ดังนี้

  1. ทำให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาแต่ละคนมีแผนสำหรับพัฒนาตนเองจากข้อมูล

ที่เชื่อถือได้

  1. ทำให้รู้สมรรถนะที่ดี และสมรรถนะที่บกพร่องของตน
  2. ทำให้การพัฒนาตนเองเกิดจากความต้องการและความพร้อมขอตัวครูเอง
  3. ทำให้ได้แนวทางสำหรับการพัฒนาสมรรถนะในการปฏิบัติงานของตนให้มีประสิทธิภาพ

สูงขึ้นและมีความก้าวหน้าในวิชาชีพ

  1. ทำให้เกิดความกระตือรือร้นในการพัฒนาตนเองอย่างมีเป้าหมาย
  2. ทำให้องค์กรมีการพัฒนาบุคลากรอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ

วิชาชีพครูเป็นงานที่ครูต้องเรียนต้องศึกษา จึงจะเป็นครูที่ดีได้ผู้เรียนจะมีความผูกพันกับครู ประทับใจ

ในความเป็นครู ความเมตตากรุณา และความปรารถนาดีที่ครูมอบให้แก่ลูกศิษย์ ถือว่าครูเป็นปูชนียบุคคล ครูที่ดีจึงควรพยายามพัฒนาสมรรถภาพของตนอย่างสม่ำเสมอ และทราบถึงสมรรถภาพในด้านต่าง ๆ ที่ควรพัฒนาด้วย

  1.   สมรรถภาพด้านต่าง ๆ ของครู

สมรรถภาพด้านต่าง ๆ ของครู ที่ครูควรทราบเพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาสมรรถภาพของตน

มีด้านต่าง ๆ ดังนี้

  1. ด้านวิชาการ ครูควรมีความรู้ในวิชาพื้นฐานและวิชาพื้นฐานและวิชาเฉพาะที่ตนสอน

เป็นอย่างดี รวมทั้งมีเจตคติที่ดีต่อวิชาที่สอนด้วย

  1. ด้านการสอน ครูควรมีความสามารถการใช้หลักการทางจิตวิทยาการเรียนรู้และหลักการ

พัฒนาเด็ก มีความสามารถในการวางแผนการสอน มีเทคนิคในการสอนเป็นอย่างดี สามารถใช้วิธีสอนต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม มีความสามารถในการปกครองชั้นเรียนและบริหารชั้นเรียนได้อย่างดี

  1. ด้านการแนะแนวการอรมและการปกครอง ครูจะต้องมีความรู้ ความสามารถในการนำ

หลักการและวิธีการของการแนะแนวมาใช้ได้อย่างถูกต้อง และมีความสามารถในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี

กับผู้ปกครองของนักเรียน สามารถนำผลการวิจัยและผลการทดลองต่าง ๆ มาใช้ให้เป็นประโยชน์ในการอบรมนักเรียน

  1. ด้านกิจกรรม ครูควรมีความสามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ ของโรงเรียนได้เป็นอย่างดี ร่วมใน

การวางแผนจัดทำกิจกรรมเสริมหลักสูตร รับหน้าที่ในการปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ วางแผนงานรักษาความสัมพันธ์อันดีกับผู้ร่วมงานทุกฝ่ายของโรงเรียน และช่วยพัฒนาชุมชนให้เจริญก้าวหน้า

  1. ด้านส่วนบุคคล ครูควรมีบุคลิกภาพเชื่อมั่นตนเอง มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีกับบุคคลทั่วไป

สร้างสัมพันธภาพอันดีและร่วมมือกับชุมชน มีความสามารถในการสื่อสารมีวิจารณญาณในการตัดสินใจและแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  1. ด้านการเสริมสร้างและพัฒนาตนเอง ครูควรเสริมสร้างและพัฒนาตนเองให้มีความสามารถ

ในการเป็นครูมืออาชีพ รู้จักเพิ่มพูนความรู้ในวิชาชีพ ส่งเสริมตนเองและช่วยเหลือเพื่อนครูด้วยกันเอง

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา  (2551 : 28 – 31)  ได้ทำการสังเคราะห์สมรรถนะของครูของประเทศไทย   ซึ่งกำหนดโดยหน่วยงานของกระทรวงศึกษาธิการ  ได้แก่  (1)  สำนักมาตรฐานวิชาชีพ  สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา  (2)  สถาบันพัฒนาครู  คณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา  และ (3)  สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา  สามารถสังเคราะห์สมรรถนะได้  16  สมรรถนะ ดังนี้

  1.   สมรรถนะด้านความรู้
    2.  สมรรถนะด้านการสื่อสาร
    3.  สมรรถนะด้านการพัฒนาหลักสูตร
    4.  สมรรถนะด้านการจัดการเรียนรู้
    5.  สมรรถนะด้านการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
    6.  สมรรถนะด้านบริหารจัดการชั้นเรียน
    7.  สมรรถนะด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรมทางการศึกษา
    8.  สมรรถนะด้านการวัดและการประเมินผล
    9.  สมรรถนะด้านการวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนการสอน
    10.  สมรรถนะด้านจิตวิทยาสำหรับครู
    11.  สมรรถนะด้านการสร้างความสัมพันธ์กับชุมชน
    12.  สมรรถนะด้านคุณธรรม  จริยธรรมและจรรยาบรรณวิชาชีพ
    13.  สมรรถนะด้านภาวะผู้นำและการทำงานเป็นทีม
    14.  สมรรถนะด้านการพัฒนาตนเองและวิชาชีพ
    15.  สมรรถนะด้านการพัฒนาคุณลักษณะของผู้เรียน
    16.  สมรรถนะด้านการคิดวิเคราะห์  สังเคราะห์

 

กล่าวโดยสรุป การพัฒนาสมรรถภาพด้านต่าง ๆ ของครู เพื่อให้ครูปรับปรุงและพัฒนาการจัดกระบวนการเรียนรู้ เพื่อให้การจัดการศึกษาบรรลุจุดมุ่งหมายที่วางไว้ งานการเรียนการสอนงานกิจกรรม รวมถึงงานเพิ่มพูนความรู้ งานพัฒนาตนเองของครูก็เป็นงานที่ส่งเสริมสมรรถนะของครู แต่เป็นงานที่พัฒนาผู้เรียนด้วยพร้อม ๆ กัน

  1. ข้อเสนอเพื่อการเสริมสร้างสมรรถภาพครูไทย

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติได้ให้ความสำคัญกับการปฏิรูปครูอย่างมาก ดังที่ได้บรรจุไว้เป็นแผนงานหลักประการหนึ่ง ตั้งแต่ในแผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติ ฉบับที่ 8(พ.ศ.2540-2544) และดำเนินการพัฒนานโยบาย เพื่อนำแผนดังกล่าวไปสู้การปฏิบัติอย่างจริงจังใน 3 เรื่อง คือ

  1. การผลิตครู การสร้างครูยุคใหม่ ครูที่คอยช่วยอำนวยการในการเรียนจัดกิจกรรมการเรียน

การสอนโดยเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง คอยกระตุ้นให้เด็กรู้จักแสวงหาและพัฒนาองค์ความรู้ด้วยตนเองเพื่อวางรากฐานสำหรับการศึกษาตลอดชีวิต

  1. การเสริมสร้างสมรรถภาพครู ต้องจัดให้มีการฝึกอบรม ณ ที่ตั้งหรือในสถานศึกษา

โดยผู้บริหารและคณะครูร่วมกันวางแผนและดำเนินการในการพัฒนาครู เพื่อให้มีความรู้และทักษะที่จำเป็น

ตรงกับความต้องการและงานที่ปฏิบัติ รวมทั้งเปิดโอกาสให้ครูได้พัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องมากขึ้น เช่น ส่งเสริมการศึกษาต่อ ส่งเสริมการเลื่อนวิทยฐานะ เป็นต้น

  1. การยกย่องและให้รางวัล ครูส่วนใหญ่ที่ตั้งใจทุ่มเทและอุทิศเวลาเพื่องานในวิชาชีพ

ต้องได้รับการยอย่องและให้รางวัลอย่างถูกต้องและจริงจัง เพื่อให้ครูมีขวัญและกำลังใจที่จะทำความดี มีชีวิตอยู่ได้โดยไว้เกียรติของความเป็นครูและรักษาศักดิ์ศรีวิชาชีพครูไว้

การยกย่องครู ในฐานะผู้เรียนสามารถกระทำได้หลายอย่าง เช่น เคารพ เชื่อฟัง ช่วยเหลืองานครูเท่าที่สามารถกระทำได้ในสังคมมีการยกย่องให้เกียรติครู โดยมีการกำหนดวันไหว้ครู เป็นวัฒนธรรมและประเพณีไทย

ที่เป็นวันแห่งการรำลึกถึงคามสำคัญของครูในฐานะที่เป็นผู้เสียสละประกอบคุณงามความดี มีการจัดพิธีระลึกถึงคุณบูรพาจารย์ ส่งเสริมความสามัคคีธรรมระหว่างครูและเพื่อส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างครูกับประชาชน

วันครูได้จัดให้มีขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ.2500

การเสริมสร้างสมรรถภาพครูอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบด้วยวีการดังกล่าว สร้างความเขื่อมั่นแก่ผู้รับบริการ คือ ผู้เรียน ผู้ปกครอง และประชาชนทั่วไป ว่าครูได้ทำหน้าที่ของตนเองอย่างสมบูรณ์ และมีคุณภาพสมควรให้เป็นผู้นำในการพัฒนาคนของประเทศได้ต่อไป

 

  1. การเสริมสร้างสมรรถภาพวิชาชีพครูประถมศึกษา

วิชาชีพครูเป็นตำแหน่งศักดิ์สิทธิ์ มีความผูกพันกับผู้เรียนตลอดชีวิตจนกลายเป็นวัฒนธรรมของไทย

อย่างหนึ่ง โดยเฉพาะครูประถมศึกษาที่มีความผูกพันดูแลกันตั้งแต่ผู้เรียนเดินเข้าโรงเรียน ดูแลกันจนกระทั้ง

กลับบ้าน ตลอดทั่งวันนั้นนอกจากจัดการเรียนการสอนจัดประสบการณ์เรียนท่สนับสนุนความต้องการ

และความสนใจของแต่ละบุคคล ดูแลพฤติกรรม เก็บบันทึกความก้าวหน้า แก้ไขปัญหาการเรียน การทะเลาะ

แบะแว้งที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน ทั้งที่ต้องแก้ไขเฉพาะหน้าทันทีและการแก้ปัญหาระยะยาว ประสานงานสื่อสาร

ร่วมแก้ปัญหาของผู้เรียนกับปกครอง เอาใจใส่ความปลอดภัยให้แก่ผู้เรียน ครูยังคงเป็นครูไปตลอดชีวิตการทำงาน ความผูกพันยังคงดำเนินไป คอยฟังข่าวผู้เรียนที่เป็นลูกศิษย์ด้วยความห่วงใยอยู่เสมอ และพลอยยินดีถ้าลูกศิษย์ประสบความสำเร็จในชีวิต

ครูประถมศึกษาจึงต้องเป็นผู้ที่ต้องเสียสละเวลาต่อหน้าที่หลายอย่างทั้งภาระหน้าที่ โดยตรงและโดยอ้อม ทั้งนิตินัยและพฤตินัย งานครูที่ต้องผสมผสานการใช้ความรู้ ความสามารถหลาย ๆ อย่าง จึงต้องคอยหมั่นเติมความรู้ ความสามารถ ทักษะต่าง ๆ อยู่เสมอ ซึ่งสมรรถภาพของครูประถมศึกษาในด้านความรู้ เทคนิควิธี คุณลักษณะและเจตคติที่พึงมีนี้ เพื่อให้ตนสามารถแสดงพฤติกรรมในการปฏิบัติงานวิชาชีพที่ต้องรับผิดชอบได้

ตามจุดมุ่งหมายอย่างมีประสิทธิภาพ

สมรรถภาพของครูประถมศึกษาที่ต้องการ จากงานวิจัยสามารถรวบรวมสมรรถภาพครูประถมศึกษาได้ดังต่อไปนี้

  1. ด้านชุมชนและสิ่งแวดล้อม ได้แก่ มีส่วนร่วมในกิจกรรมของชุมชนการทำความคุ้นเคย

กับผู้ปกครองของนักเรียน การชักนำชุมชนใกล้เคียงโรงเรียนให้ร่วมมือกับโรงเรียน

  1. ด้านหลักสูตรสื่อการเรียน ได้แก่ ด้านความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการจุดหมาย และโครงสร้าง

ของหลักสูตร ความเข้าใจด้านความสัมพันธ์ของหลักสูตรกับการจัดการเรียนการสอน

  1. ด้านตัวเด็ก ได้แก่ ความรู้เกี่ยวกับพัฒนาการของเด็กตั้งแต่วัย 5 ขวบ ถึง 13 ขวบ

ความเข้าใจด้านความต้องการ การเรียนรู้และการปรับตัวของเด็ก การวัดความเจริญงอกงาม ตลอดจนการ

แนะแนว และการแก้ไขปัญหาของเด็กนักเรียนระดับประถมศึกษา

  1. ด้านโรงเรียน ได้แก่ การตกแต่งห้องเรียน มุมหนังสือให้สะอาดเรียบร้อย สวยงาม

การจัดและใช้สถานที่บริเวณโรงเรียนเป็นแหล่งวิทยาการ

  1. ด้านตัวครู ได้แก่ การพัฒนาความรู้ และทักษะต่าง ๆ ของตนเอง บุคลิกลักษณะที่เหมาะสม

เช่น การแต่งกาย กิริยาท่าทาง การพูดจา การแสดงออกทางอารมณ์ ความกระตือรือร้น ความขยันขันแข็ง

  1. ด้านการปฏิบัติการสอน ประกอบด้วย การพัฒนานวัตกรรมวีสอน การใช้หลักสูตรและ

การจัดการเรียนการสอน การจัดบรรยากาศการเรียนการสอน จัดวัสดุอุปกรณ์ตกแต่งห้องเรียนให้เกิดแรงจูงใจ การปรับเนื้อหาวิชาให้เหมาะสมกับระดับชั้นและวัยของผู้เรียน

  1. ด้านการประเมินผล ได้แก่ ความสามารถด้านการกำหนดพฤติกรรมที่จะประเมินผล

การสร้างเครื่องมือวัดและประเมินผลตามสภาพจริง

การเสริมสร้างสมรรถภาพของครูประถมศึกษาที่จำเป็นและที่ต้องการเพื่อให้เป็นบุคคลที่สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถรยวบรวมสรุปเป็น 3 ด้านใหญ่ ๆ (อิศเรศ พิพัฒน์มงคลพร, 2549)

คือ สมรรถภาพด้านความรู้ความสามารถที่จำเป็น สมรรถภาพด้านการจัดการเรียนการสอน และสมรรถภาพด้านคุณลักษณะและเจตคติ

  1.   สมรรถภาพด้านความรู้ความสามารถที่จำเป็น  ดังนี้

–  ความรู้ที่จำเป็นในการปฎิบัติหน้าที่ของครูประถมศึกษา เช่น ความรู้ด้าน เนื้อหาวิชา ด้านการวิจัย ด้านภาษา ด้านเทคโนโลยี ด้านธุรการ ด้านกิจการและบริการนักเรียน ด้านการแนะแนว ด้านการพัฒนางาน ทักษะการจัดการ ทักษะการสื่อสาร ทักษะการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าอย่างสันติวิธี เป็นต้น

–  ความรู้ที่จำเป็นสำหรับการเป็นคนที่สมบูรณ์ เช่น ความรู้ด้านคุณธรรม ด้านจิตวิทยา ด้านสังคม เป็นต้น

  1. สมรรถภาพด้านการจัดการเรียนการสอน  ดังนี้

–  เทคนิควิธีสอน เช่น การวางแผนการจัดการเรียนการสอน วีการสอน สื่อการสอนการประเมินผลทั้งเพื่อการปรับปรุงและเพื่อการตัดสิน อีกทั้งการเลือกนวัตกรรมด้านต่าง ๆ  มาใช้

–  เทคนิคเฉพาะในการเรียนการสอน เช่น การจัดกลุ่มแบบต่าง ๆ การจัดประสบการณ์เสริม การบูรณาการวิชาต่าง ๆ

–  เทคนิคการจัดการและบริการผู้เรียน เช่น การจัดชั้นเรียน งานบริการด้านสุขภาพอนามัย ด้านกิจกรรม งานห้องสมุดเพื่อส่งเสริมประสบการณ์ผู้เรียนต่าง ๆ

–  เทคนิคด้านการแนะแนว เช่น การจัดการข้อมูลเพื่อการพัฒนาการแนะแนวการเรียน

–  เทคนิคด้านการพัฒนา เช่น การร่วมมือกับชุมชนและผู้ปกครองการร่วมมือกันพัฒนาโรงเรียน การใช้ทักษะความเป็นผู้นำมาริเริ่มกิจกรรม โครงการต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์แก่ผู้เรียน

สมรรถภาพด้านการจัดการเรียนการสอนของครู เป็นสมรรถภาพที่สำคัญยิ่งที่ส่งต่อพัฒนาการด้านความรู้ของผู้เรียน ครู ต้องพยายามหาวีสอน เทคนิคต่าง ๆ ที่เหมาะสมกับเนื้อหา เหมาะกับวัยของผู้เรียน รวมทั้งการจัดโครงการทางวิชาการที่ส่งเสริมทักษะการเรียนรู้แก่ผู้เรียนด้วย

  1. สมรรถภาพด้านคุณลักษณะและเจตคติ ดังนี้

–  มีเจตคติที่ดีต่อวิชาชีพครู เช่น มีศรัทธาและภูมิใจในความเป็นครู เห็นคุณค่าและความสำคัญของความเป็นครู

–  มีเจตคติที่ดีต่อการปฏิบัติงานครูในระดับประถมศึกษา เช่น ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่าง

ที่ดีแก่ผุ้เรียน ตระหนักและเห็นความสำคัญของการเป็นครูประถมศึกษา ตั้งใจใฝ่รู้ และปฏิบัติงานอย่างเต็มใจ

–  มีสุขภาพกายที่แข็งแรงและจิตใจดี เช่น ควบคุมอารมณ์ได้ มองโลกในแง่ดี

มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี รู้จักเลือกรับประทานเลือกปฏิบัติได้อย่างถูกต้องเหมาะสม รู้จักดูแลสุขภาพ

–  มีค่านิยมที่ถูกต้อง ทั่งด้านการทำงานและในการดำเนินชีวิต เช่น ตรงต่อเวลา

มีความรับผิดชอบ ใช้จ่ายอย่างเหมาะสม มีความใฝ่ดี ดำเนินชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง คือ มีความต้องการ

ที่เพียงพอ รู้จักประมาณตนและมีเหตุผล ใช้ความรู้คุณธรรมเป็นเครื่องป้องกันตัวจากภัยต่าง ๆ

–  มีความเป็นผู้นำ กล้าริเริ่มอย่างสร้างสรรค์ กล้าโต้แย้งและรู้จักปฏิเสธในสิ่งที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายขนบประเพณีวัฒนธรรมของไทย ขณะเดียวกันรู้จักการเป็นผู้ตามที่ดี

–  มีความรู้สึกและแสดงท่าทีที่ดีต่อศิลปวัฒนธรรมไทย เช่น ส่งเสริม สนับสนุน

และร่วมอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย รัก ภาคภูมิใจและเห็นคุณค่าในความเป็นไทย

ครูประถมศึกษาเป็นบุคคลที่มีความสำคัญยิ่งต่อผู้เรียน เป็นผู้ที่มีความใกล้ชิดและมีบทบาทสำคัญ

ในการพัฒนาผู้เรียนอย่างมาก ครูเปรียบดังพ่อแม่ของผู้เรียนยามเมื่อมาโรงเรียน การดำเนินภารกิจของครูจึงควรมีความระมัดระวังและทำกิจกรรมต่าง ๆ ด้วยความใส่ใจอยู่เสมอ เพื่อการจัดการเรียนการสอนและการจัดการชั้นเรียนเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ความสามารถ หรือสมรรถภาพของครูประถมศึกษา ส่งผลต่อการวางรากฐานและปลูกฝัง ทั้งด้านความรู้ ความสามารถ คุณธรรม จริยธรรม แก่ผู้เรียนอย่างยิ่ง รากฐานในวัยเด็กเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างกำลังคน ให้เป็นผู้มีคุณภาพเพียงพอที่จะเป็นพลเมือง ที่สามารถดำรงตนอยู่ในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลง รับรู้วัฒนธรรมต่าง ๆ ที่หลั่งไหลมาอย่างรวดเร็ว โดยมิอาจหนีพ้น ครูประถมศึกษาจึงเป็นด่านแรก ๆ ที่จะใช้ความสามารถที่มีอยู่ ส่งเสริมผู้เรียนให้เกิดความแข็งแกร่งทางปัญญา เข้มแข็งในคุณธรรม จริยธรรมเพื่อต่อสู้กับข้อมูลข่าวสาร สนเทศ วัฒนธรรม เทคโนโลยี เหล่านี้ได้อย่างถูกทาง

 

บทสรุป

การเสริมสร้างสมรรถภาพวิชาชีพครู เป็นการปฏิบัติภารกิจต่าง ๆ ในหน้าที่ครู

ที่ต้องพัฒนางานที่เป็นวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง ผู้ปฏิบัติงานจำเป็นต้องเรียนรู้ทั้งสมรรถนะหลัก และสมรรถภาพ

ตามสายงาน รวมถึงหลักการ วิธีการ และองค์ความรู้ใหม่ ๆ ครูที่ดีต้องใส่ใจที่จะเสริมสร้างสมรรถภาพตนเอง

เพื่อความเจริญก้าวหน้าในการเรียนรู้ของผู้เรียน เพื่อชีวิตส่วนตัวและชีวิตการทำงาน และเพื่อสังคมอย่างเต็มใจและเต็มความสามารถผู้เรียนย่อมได้รับผลโดยตรง ทั้งแบบอย่างในด้านการทำงาน ความประพฤติ ครูดีมีคุณภาพ ศิษย์ย่อมมีคุณภาพตามไปด้วย

 

____________________________________________________________

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เอกสารอ้างอิง

 

กระทรวงศึกษาธิการ. (2549). คู่มือดำเนินการพัฒนาหลักสูตรพัฒนาผู้นำการเปลี่ยนแปลงเพื่อ       รองรับการ
กระจายอำนาจ สำหรับครูและศึกษานิเทศก์.
กรุงเทพฯ : กระทรวงศึกษาธิการ.

_______. (2546). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ  พ.ศ.  2542  และที่แก้ไขเพิ่มเติม
พ.ศ. 2545.
  กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
_______. (2548). พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์
คุรุสภาลาดพร้าว.
สถาบันพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา. (2548) ยุทธศาสตร์การพัฒนาครูและบุคลากรทางการ
ศึกษา ปี 2559-2551.
กรุงเทพ : สำนักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา  กระทรวงศึกษาธิการ.  (2551).  สมรรถนะครูและแนวทางการ
พัฒนาครูในสังคมที่เปลี่ยนแปลง. 
กรุงเทพฯ :  พริกหวานกราฟฟิก  จำกัด.
อิศเรศ  พิพัฒน์มงคลพร. (2549). การเสริสร้างสมรรถภาพครูและนักวิชาการประถมศึกษา. เอกสารคำสอน
470 201  คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร.
เอกสารอัดสำเนา.

 

ไม่มีความคิดเห็น

ทิ้งคำตอบไว้